2007/May/12

ข้าพเจ้ามีเรื่องอยู่เรื่องหนึ่ง อย่างจะถ่ายทอดมันลงเป็นตัวหนังสือ ไว้ให้เวลาผ่านไปข้าพเจ้าย้อนกลับมาอ่าน

จะได้นึกถึงความรู้สึกดีๆ

มันเป็นเรื่องตั้งเเต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เหอๆเหมือนยาวนานมากเลย มันเริ่มประมาณ 2 - 3 ปีที่เเล้ว

เรื่องของ...เธอคนนั้น

วันเเรกที่รู้จักกัน...

ข้าพเจ้ารู้จักกับเธอคนนั้นผ่านทาง msn โดยเพื่อนสนิทของข้าพเจ้าในตอนนี้

เธอคนนั้นโพสเมลล์หาเพื่อนลงในเวบบอร์ดของโรงเรียน

เพื่อนของข้าพเจ้าเลย add mail เเล้วทำการลากจัดเเจงให้ข้าพเจ้ารู้จักกับเธอคนนั้น

ข้าพเจ้ารู้ว่าเธอคนนั้นเรียนอยู่ห้องไหน เเต่เธอคนนั้นไม่รู้ว่าข้าพเจ้านั้นเรียนอยู่ห้องไหน เพราะข้าพเจ้าไม่ยอมบอก

ปล่อยให้เธอคนนั้นเดามั่วต่อไป ข้าพเจ้าบอกเเต่ชื่อเท่านั้น

เพื่อนสนิทของข้าพเจ้านั้น พอรู้เเค่ชื่อกับห้องเรียนของเธอคนนั้น ก็รู้ทันทีว่าเค้าเป็นใคร เเล้วบอกว่าพรุ่งนี้จะชี้ให้ดู

เเล้วเพื่อนของข้าพเจ้าก็หมดเวลาเล่นเน็ต ก็เหลือเเค่ข้าพเจ้ากับเธอคนนั้นคุยกันอยู่สองคน

ชื่อmsnของเธอ ดันต่อท้ายด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ

ข้าพเจ้าเลยถามว่าทำไมเอาเบอร์อถือมาตั้งชื่ออย่างงี้เลยอะเธอคนนั้นบอกอะไรซักอย่างเนี่ยเเหล่ะ

จำไม่ค่อยจะได้เเละ ค่อนข้างนาน บอกประมาณว่า เพื่อนจะถามการบ้านจะได้โทรเข้ามือถือเลย อะไรของมันเนี่ยเเหล่ะ

ข้าพเจ้าเลยบอกว่าเด๋วพรุ่งนี้โทรไปหา(เหอๆ )เลยจัดเเจงจดเบอร์โทรมาเรียบร้อย เก็บใส่อะไรซักอย่าง

วันรุ่งขึ้นตอนเข้าเเถวห้องของข้าพเจ้าจะอยู่ด้านหน้า ถัดลงไปห้องนึงก็จะเป็นห้องของเธอ

ข้าพเจ้าเลยบอกเพื่อนข้าพเจ้าว่า จดเบอร์โทรของเธอคนนั้นมาด้วย ลองโทรดูจะได้รู้ว่าคนไหน

ข้าพเจ้าเลยเอามือถือของข้าพเจ้าออกมา เตรียมที่จะโทร เเต่เเล้ว ข้าพเจ้า ลืม! ตายล่ะหว่า จำได้ว่าจดมาเเล้ว

เเต่จำไม่ได้ว่าจดเเล้วเก็บไว้ที่ไหนความจำสั้นจริงๆ หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

คลับคล้ายคลับคลาว่าจะไว้ในกระเป๋าตังค์ เเต่ก็หาไม่เจอซักที เวลาเรียกเเถวก็จะหมดเเล้ว

เลยเลิกหาเพราะคิดว่าคงลืมเอามาเเล้วก็หาเป็นครั้งสุดท้าย ดันเจอซะนี่ เลยโทรเลย ยิงๆไป เเอบๆหันไปดู

ตอนนั้นเพื่อนในกลุ่มของข้าพเจ้า 6-7 คน รู้หมด เลยช่วยกันใหญ่เลย เอามือถือมาโทร เหอๆ ยิงกันไปยิงกันมา จนร้องเพลงชาติ

วันนั้นเลยยิงกันไปยิงกันมา มันช่างเป็นสุภาพบุรุษดีเเท้ ไม่เเม้จะโทรกลับ เเต่เราต่างก็จะพยายามรับของกันเเละกันให้ทัน

เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายเสียตังค์เล่นๆ เหอๆ - - '' ทำเอาต้องปิดเสียงมือถือ ใช้ระบบสั่นเเทน เพราะเวลาเรียนจะยิงกันไปยิงกันมา

เเล้วพอยิงกันไปยิงกันมา รับไปรับมา ก็จะต้องกดเช็คยอดเงิน เสียเเทบทุกครั้ง

จนสุดท้ายเลยเสียตังค์ของข้าพเจ้าต้องโทรกลับ

เลยถามมันว่า (หลังๆไม่เเทนว่าเธอคนนั้นเเละขอเเทนด้วยมันเเละกัน ง่ายดี) รู้ยังว่าเราอยู่ห้องไหน

มันบอกว่าคิดว่ารู้เเละ เพราะเห็นเล่นโทรศัพท์กันจังเลย ใช่เเน่ๆ เเต่ยังไม่รู้ว่าเมย์คนไหน

ตอนที่คุยโทรศัพท์กัน มั่วไปหมด เพื่อนข้าพเจ้าก็ผลัดกันคุย เพื่อนมันก็มาคุยกับข้าพเจ้าทำเอางง เเยกเสียงกันไม่ออก

วันนั้นทั้งวันก็ยิงเล่น เเทบไม่เป็นอันเรียน ตอนกินข้าวยังยิงเลยอะ มันก็พยายามหาตัวข้าพเจ้า หึๆ ยาก

เพราะข้าพเจ้ามีบอดี้การ์ดเป็นเพื่อนๆช่วยกันมอง เวลามันมาใกล้ตัวก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ซะงั้น

ข้าพเจ้าจะมีห้องประจำเป็นห้องสมุด มันก็ขึ้นมาหา เหอๆหลบกันเเทบไม่ทัน เเอบขำกัน ทำเอาห้องสมุดวุ่นวายไปหมด

การที่ข้าพเจ้าบันทึกเรื่องราวส่วนตัวของข้าพเจ้านี้

ข้าพเจ้าอยากเก็บความรู้สึกดีๆเอาไว้อ่าน

เเต่ข้าพเจ้าก็บ้า กลัว

ว่าเธอคนนั้นจะมาอ่าน ทั้งๆที่ไม่มีทางเป็นไปได้

ข้าพเจ้าเเอบโรคจิตนิดๆเเน่ๆเลย

'' เมย์ษา''

2007/May/12

ข้าพเจ้าได้อ่านบทความหนึ่ง " กิ น อ ะ ไ ร ช่ ว ย ใ ห้ อ า ร ม ณ์ ดี "

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เเต่ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าเป็นคนอารมณ์เสีย อารมณ์บูดง่ายนะ

เเต่มันก็ต้องมีบ้าง ซักครั้ง สองครั้งที่เราอารมณ์บูดๆ

งั้นเรามากาอะไรกินที่ช่วยให้อารมณ์ดีกันเหอะ เอาที่มันหากินได้ง่ายล่ะกัน

- นม มีวิตามินดี เเละบี12 การดื่มนมอุ่นๆซักเเก้วก่อนนอน ทำให้หลับสบาย

- ไข่ อันนี้อยู่ในอาหารหลักห้าหมู่ มีวิตามินมากมายจริงๆ

- ถั่วเหลือง อันนี้ช่เลย กินเเทนโปรตีนได้ เเถมยังไม่อ้วนอีกต่างหาก

เเต่สำหรับข้าพเจ้า อาหารจานโปรดซักจาน ของหวานซักนิด ก็ทำให้อารมณ์ดีขึ้นเป็นกองเลยเเหละ

"เมย์ษา"

2007/May/12

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าข้าพเจ้าเป็นคนที่ค่อนข้างจะ " โ ง่ "ในภาษาอังกฤษระดับหนึ่ง

พูดถึงเป็นต้อง "เ ฮื อ ก ก ก ก กก " ขอถอนหายใจอย่างเเรงซักที เหนื่อยใจ

ทั้งๆที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ห้อง english program เเท้ๆ เเต่ภาษาอังกฤษนั้นกลับไม่ได้เรื่องเลย ชักเครียด

ดีนะที่ไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษมันทุกวิชา เเต่เเค่เรียนกะอาจารย์ต่างชาตินี่ก็น่าหนักใจพอเเละ

ทั้งๆที่เรียนสายวิทย์ - คณิต ไม่เห็นจำเป็นต้องมาเน้นเรื่องภาษาอังกฤษอะไรนักหนาเลย

ไม่ใช่เรียนสาย ศิลป์ - คำนวณ ซะหน่อย อาจารย์ต่างชาติเเกก็เหลือเกิน รู้ว่าข้าพเจ้าไม่ค่อยจะรู้เรื่อง

ก็เรียนข้าพเจ้าซะทุกคาบไป จงใจเเกล้งกันซะงั้น ข้าพเจ้าก็ชอบไปทำ เอ๋อๆ หน้าเเตก เหรอหรา อยู่ประจำ (อาย?)

เเต่ตอนนี้ข้าพเจ้าก็เริ่มรู้ว่า '' ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ นั้ น สำ คั ญ เ เ ค่ ไ ฉ น "

การที่เรียนสายวิทย์นั้น ถ้าหากทำคะเเนนวิชา ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เลข หรือวิชาอื่นๆได้ดีเเค่ไหนก็ตาม

ถ้าภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่อง ก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงมัน

เหตุผลหลักๆที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องภาษาอังกฤษนั้น ก็มาจากการที่ไม่รู้จักคำศัพท์ เเปลไม่ออก ไม่รู้ความหมาย

- ท่ อ ง จำการที่คำศัพท์ผ่านหูผ่านตาของเราไป ยากที่จะจำไดขึ้นใจ ต้องอาศัยการท่องจำ

"ท่ อ ง ศั พ ท์ วั น ล ะ นิ ด จิ ต เ เ จ่ ม ใ ส"

- d i c t i o n a r y เป็นอุปกรณ์ยังชีพที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนโง่อังกฤษอย่างข้าพเจ้า

เวลาเจอคำศัพท์เเปลกๆ ใหม่ๆ ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ก็จัดการหามันทันที ไม่ใช่เเค่รู้ความหมายอย่างเดียวเเล้วก็จบนะ ต้องจดเเละจำ

- d i a r y ชีวิตประจำวันของเราวันหนึ่งๆ ทำอะไรตั้งหลากหลายอย่าง

บันทึกเรื่องราวของเราเป็นภาษาอังกฤษสิ เป็นการฝึกฝนอย่างดีทีเดียว

- ห นั ง สื อ พิ ม พ์ ถ้าหากชีวิตประจำวันมีเเต่เรื่องซ้ำซาก จำเจ วันๆมีเเต่ ตื่นนอน กิน เเล้วก็จบลงด้วยการนอน

หนังสือพิมพ์สิ วันๆมีเรื่องหลากหลาย คำศัพท์ก็มากมายตามไปด้วย ลองหาหนังสือพิมพ์ที่เป็นภาษาอังกฤษซักฉบับมาอ่านสิ

- ห นั ง สื อ นิ ย า ย ห นั ง สื อ อ่ า น เ ล่ นมีเป็นlevels ให้เราฝึกฝน เริ่มตั้งเเต่easystarts

คำศัพท์ก็ยากง่าย มากมาย ตามlevels

- ภ า พ ย น ต ร์ หากเบื่อกับการอ่าน ลองหาหนังมาดูซักเรื่อง ภาคภาษาอังกฤษนะ เป็นการฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างดี

หากเราตั้งใจ หมั่นฝึกฝน ทบทวน ท่องคำศัพท์ ภาษาอังกฤษก็ไม่ยากอย่างที่คิด

"i m p o s s i b l e i s n o t h i n g''

"ไ ม่ มี อ ะ ไ ร ที่ เ ป็ น ไ ป ไ ม่ ไ ด้ "

''เมย์ษา''


edit @ 2007/05/12 14:15:31